5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับตัวทำแข็งเรซิ่น

บทความนี้เป็นบทความแรกจากทั้งหมด 2 บทความ (ศึกษาอีกบทความเรื่อง Cobalt Promoter หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ตัวม่วง ที่นี่)

จากการทำงานร่วมกับลูกค้ามือใหม่มายาวนาน ลูกค้าหลายๆท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ตัวทำแข็งเรซิ่น หรือที่เรียกว่า Hardener (สั้นๆเรียกกันว่า Hard หรือ ฮาร์ด) ที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์และเป็นความรู้สำหรับทุกท่าน โดยคำถามที่เราได้พบบ่อยๆ คือ

 

1. ตัวทำแข็งสำหรับเรซิ่น แตกต่างอย่างไรจาก ตัวม่วง? ใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ไหม?

  • ตอบสั้นๆคือ ไม่ได้ ต้องใช้ทั้ง 2 อย่าง โดยในกระบวนการที่จะทำให้เรซิ่นซึ่งเป็นของเหลวสามารถแห้งหรือแข็งตัวได้ที่อุณหภูมิห้อง ต้องใช้สารประกอบ 2 อย่างได้แก่ ตัวม่วง และ ตัวทำแข็ง โดยจะทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการแข็งตัวได้
  • หลักการทำงานของตัวทำแข็ง พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือ จะทำให้เกิดความร้อนซึ่งส่งผลให้เรซิ่นแข็งตัว
  • ข้อสำคัญที่สุด คือ ห้ามนำตัวม่วงและตัวทำแข็งผสมกันโดยตรงเด็ดขาด จะทำให้ไฟลุก!

 

2. งงกันมากว่า ต้องใช้ตัวเร่งแข็งเท่าไรกันแน่ 0.5%, 1%, หรือ 2% ?

  • ตามหลักการแล้ว 2% จะเป็นมาตรฐานเพื่อให้เรซิ่นทำงานได้ดีที่สุด แต่ลูกค้าอาจสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามสภาวะการทำงาน (working environment)
  • ในสภาวะที่อากาศร้อน เช่น ในฤดูร้อน อาจลดปริมาณตัวเร่งลงเป็น 1.5% (เนื่องจากอากาศที่ร้อนอยู่แล้วมีส่วนช่วยในการทำให้เรซิ่นแข็งได้)
  • ในสภาวะที่อากาศเย็นหรือชื้น เช่น ในฤดูหนาวหรือฤดูฝน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณตัวเร่ง ให้ใช้ที่ 2% คงเดิม
  • แต่ปริมาณต่ำสุด คือ 0.5% ถ้าต่ำกว่านี้เรซิ่นอาจไม่แข็งได้และจะทำให้สูญเสียเรซิ่นไปเลย
  • ปริมาณการใช้สุดท้ายจะส่งผลต่อระยะเวลาการแห้งของเรซิ่น ซึ่งทางลูกค้าสามาถลองผิดลองถูกได้ว่าที่ % เท่าไรถึงจะเหมาะกับสภาพการทำงานของเรา

 

3. ตัวทำแข็งต้องชั่งโดยใช้ปริมาตรหรือโดยน้ำหนักกันแน่?

  • ตัวทำแข็งต้องใช้โดยน้ำหนัก ไม่ใช่โดยปริมาตร เช่น ถ้า เรซิ่นหนัก 100 กรัม, ให้ใช้ตัวทำแข็ง 2 กรัม

 

4. MEKPO คืออะไร และแตกต่างอย่างไรกับ ตัวทำแข็ง หรือ Hardener?

  • MEKPO ย่อมาจาก Methyl Ethyl Ketone Peroxide ซึ่งจริงๆแล้วก็คือชื่อเรียกทางเคมีของ ตัวทำแข็ง หรือ Hardener นั่นเอง

 

5. จุดเด่นของ ตัวทำแข็ง ยี่ห้อ Luperox DDM-F คืออะไร?

  • Luperox DDM-F มีความหนาแน่นต่ำ (คิดง่ายๆคือน้ำหนักเบา) ซึ่งส่งผลให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเพราะปริมาณตัวทำแข็งที่ต้องใช้จะน้อยอยู่แล้วที่ไม่เกิน 2% (หรือ 2 กรัมต่อเรซิ่น 100กรัม) เหตุผลคือ DDM-F 2 กรัม จะมีปริมาตรที่มากกว่าตัวทำแข็งทั่วๆไป (คิดง่ายๆว่าถ้าเท DDM-F 2 กรัมใส่แก้วน้ำ จะได้น้ำที่เยอะเต็มแก้วมากกว่า ทำให้ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเรซิ่นได้ทั่วถึงมากขึ้น)
  • คุณภาพเทคโนโลยีจากยุโรป ที่เป็นผู้นำตลาดมานาน
  • ความเสถียรของสินค้าสูง ทำให้สูตรปริมาณการใช้เวลาทำงานแม่นยำ เช่น ถ้าใช้ 2% ก็ใช้ 2% เท่าเดิมตลอดไม่ต้องเปลี่ยนแม้ว่าจะเก็บไว้ซักระยะ เพราะปริมาณ active ingredients (ตัวสารที่ทำปฏิกิริยา) ยังคงเดิม

 

รายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: คลิก  

 


 

ติดต่อเราโดยสะดวก:

 

  • โทร 092-6492-792 (AIS)
  • LINE = @supersilicone
  • Facebook.com/supersiliconeandresinart

 

Visitors: 121,553